เส้นเลือด เส้นเลือดขอด โรคเส้นเลือดขอด


      เส้นเลือดขอด หมายถึง หลอดเลือดดำที่โป่งพองผิดปกติ มักเกิดบริเวณขา ตั้งแต่ตาตุ่มขึ้นไปถึงสะโพก และพบบ่อยตรงบริเวณ น่อง

      ตามปกติ หลอดเลือดดำ ที่ขามีหน้าที่นำเลือดดำจากขากลับสู่หัวใจโดยอาศัยแรงบีบของกล้ามเนื้อบริเวณขา บีบเลือดต้านทานแรงถ่วงของโลกให้ไหลกลับเข้าสู่หัวใจทั้งนี้โดยมีลิ้นเล็ก ๆ อยู่ภายในหลอดเลือดดำเป็นช่วง ๆ คอยช่วยกั้นมิให้เลือดดำไหลย้อนกลับลงไปที่เท้า

สาเหตุ
      เส้นเลือดขอด เกิดจาก ความผิดปกติของลิ้นเล็ก ๆ ภายในหลอดเลือดดำ ไม่สามารถกั้นการไหลย้อนกลับของเลือดได้ จึงทำให้ เลือด ไหลย้อนลงมาคั่งอยู่ในหลอดเลือดส่วนปลายด้านล่างของเขา ได้แก่ ส่วนที่อยู่ใกล้ผิวหนัง ทำให้เห็นเส้นเลือดโป่งพองเป็นสีคล้ำ ๆ

      เส้นเลือดขอดพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายประมาณ 3 เท่า และมักพบในคนอ้วน ผู้ที่มีอาชีพต้องยืนนาน ๆ หรือยกของหนัก รวมทั้งหญิงมีครรภ์มักมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนทั่วไป เส้นเลือด ขอด เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง

อาการ แบ่งเป็น 3 ระยะ
1. ระยะแรก
- ปวดเมื่อยตามน่อง
- ปวดในเข่าโดยไม่ทราบสาเหตุ
2. ระยะปานกลาง
- มีเส้นเลือดพองบริเวณขาหนีบ
- ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นจุด ๆ และมี เส้นเลือดฝอย มากขึ้น
- อาจมีเลือดออกใต้ผิวหนัง ถ้าเส้นเลือดขอดแตก
3. ระยะเป็นมาก
- ผิวหนังแตกเป็นแผลถลอก

      โรคแทรกซ้อนที่พบ คือ ผิวหนังในบริเวณที่มีเส้นเลือดขอดแตก กลายเป็นแผลเรื้อรัง ซึ่งอาจกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้

การรักษา
1. แบบ ไม่ผ่าตัด
- ใส่ถุงเท้าที่ทำด้วยผ้ายืด เพื่อบีบหลอดเลือดให้แฟบ และยกขาสูงเป็นครั้งคราว
- ฉีดยา เข้าหลอดเลือดขอด เพื่อให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตัน แต่วิธีนี้เส้นเลือดอาจกลับมาขอดใหม่ได้
2. แบบ ผ่าตัด เป็นการรักษาให้หายขาด โดยการผูกหลอดเลือดดำที่ขอด ดึงหลอดเลือดดำที่ขอดออก ในรายที่เป็นมาก ๆ แพทย์จะให้การรักษาและแนะนำเป็นราย ๆ ไป

ข้อควรปฏิบัติ การป้องกัน
1. ถ้าเริ่มเป็นควรหลีกเลี่ยงการ ยืน หรือนั่งห้อยเท้านาน ๆ พยายามนั่งหรือนอนยกเท้าสูง เพื่อช่วยให้เลือดไหลเข้าสู่หัวใจดีขึ้น
2. คนอ้วน ควรลดน้ำหนัก
3. ควรใส่ถุงเท้ายืด หรือใช้ ผ้าพันแผล ชนิดยืดพันรอบปลายเท้าขึ้นมาถึงใต้เข่า ระหว่างที่ต้องยืนนาน ๆ
4. ผู้ที่มีอาการมาก เช่น เท้าบวม มีอาการปวดเจ็บ หรือเป็นแผลเรื้อรัง ควรไปพบแพทย์